ค่าใช้จ่ายเรียนภาษาที่คลาร์ก มีอะไร

ขอใบเสนอราคาคอร์ส 8 สัปดาห์จากสามโรงเรียน แล้วจะได้ตัวเลขกลับมาสามตัวที่ไม่เหมือนกันเลย ปฏิกิริยาแรกของคนส่วนใหญ่คือ "ที่นี่ถูกกว่า" แต่เหตุผลจริงมักธรรมดากว่านั้นมาก คือ แต่ละใบรวมรายการไม่เหมือนกัน สิ่งที่ต่างกันไม่ใช่ราคา แต่คือขอบเขต
ถ้าคุณออกค่าใช้จ่ายเอง — ใช้ช่วงว่างระหว่างเปลี่ยนงาน ลาไม่รับเงินเดือน หรือรวบวันลาพักร้อนเป็นก้อนเดียว — ทักษะที่ช่วยประหยัดจริง ๆ ไม่ใช่การต่อรอง แต่คือ การรู้ว่างบก้อนนี้ประกอบขึ้นจากอะไรบ้าง ก่อนจะเริ่มเปรียบเทียบ
เรื่องตัวเลขในบทความนี้ ทั้งหมดเป็น ช่วงราคาอ้างอิง ที่ประมวลจากราคาตลาดโรงเรียนสอนภาษาในฟิลิปปินส์ที่เผยแพร่กันทั่วไป ไม่ใช่ราคาของโรงเรียนใดโรงเรียนหนึ่ง ตัวเลขจริงเปลี่ยนตามโรงเรียน ประเภทห้องพัก หลักสูตร ช่วงพีค–โลว์ซีซัน และอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่คุณโอนเงิน CAESA เป็นสมาคมของโรงเรียนแปดแห่งที่มีใบอนุญาต แต่ละแห่งมีนโยบายราคาของตัวเอง — ใช้ตัวเลขเหล่านี้ตั้งงบเบื้องต้น แล้วขอใบเสนอราคาจริงจากโรงเรียนที่คุณสนใจ
รวมแล้วประมาณเท่าไหร่
ก่อนจะแยกเป็นหมวด นี่คือภาพรวม: ยอดรวมตั้งแต่ออกจากไทยจนกลับถึงบ้าน สำหรับหนึ่งคน รวมค่าเรียน หอพัก อาหารสามมื้อ ค่าธรรมเนียมโรงเรียนและเอกสาร ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ และค่าใช้จ่ายส่วนตัวระหว่างอยู่ที่นั่น
| ระยะเวลา | ยอดรวมโดยประมาณ (1 คน) | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|
| 2 สัปดาห์ | ~30,000–50,000 บาท | รวบวันลา ลองจับจังหวะห้องเรียน |
| 4 สัปดาห์ | ~48,000–80,000 บาท | ช่วงยอดนิยมที่สุดของคนทำงาน |
| 8 สัปดาห์ | ~90,000–148,000 บาท | ยาวพอให้ความกล้าพูดเปลี่ยนจริง |
| 12 สัปดาห์ | ~128,000–208,000 บาท | เล็งคะแนนสอบ หรือขยับขึ้นทั้งระดับ |
ช่วงกว้างขนาดนี้ไม่ได้แปลว่าตลาดมั่ว แต่มาจาก สามตัวแปรที่ดึงตัวเลขไปไกลที่สุด คือ ประเภทห้องพัก จำนวนคาบตัวต่อตัว และฤดูของตั๋วเครื่องบิน ระยะเวลา 4 สัปดาห์เท่ากัน แต่ชุด "ห้องรวมสี่คน + คอร์สสนทนามาตรฐาน + ตั๋วโลว์ซีซัน" กับชุด "ห้องเดี่ยว + คอร์สคาบตัวต่อตัวเยอะ + ตั๋วช่วงปิดเทอมใหญ่" ห่างกันได้ถึง 20,000–30,000 บาท และอย่าลืมว่าค่าเรียนส่วนใหญ่ตั้งราคาเป็นดอลลาร์ ส่วนค่าธรรมเนียมท้องถิ่นเก็บเป็นเปโซ — อัตราแลกเปลี่ยนขยับ ยอดบาทก็ขยับตาม
ใบเสนอราคาไม่เท่ากับงบทั้งหมด
ใบเสนอราคาเกือบทุกใบมีแกนเดียวกัน คือ ค่าเรียน + ที่พัก + อาหาร นี่คือก้อนใหญ่ที่สุดและเป็นจุดที่โรงเรียนแข่งกัน จึงถูกยกขึ้นมาไว้ข้างหน้าเสมอ สิ่งที่แปรผันคือทุกอย่างที่อยู่รอบ ๆ ก้อนนั้น — ค่าธรรมเนียมโรงเรียนและรายการด้านเอกสารอย่าง SSP ค่าตั๋วเครื่องบิน และเงินที่คุณใช้จริงในวันเสาร์
นิสัยที่ช่วยได้มาก คือเมื่อได้ใบเสนอราคามา อย่าอ่านมันเป็น "คำตอบ" แต่ให้อ่านเป็น หนึ่งในหกหมวด
หกหมวดค่าใช้จ่ายของการไปเรียนที่คลาร์ก
| หมวด | ปกติรวมอยู่ในใบเสนอราคาไหม | สิ่งที่ต้องยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร |
|---|---|---|
| ค่าเรียน (แพ็กเกจคาบเรียน) | รวม | วันละกี่คาบ และเป็นตัวต่อตัวกี่คาบ |
| หอพัก + อาหาร | ส่วนใหญ่รวม | ประเภทห้อง เสาร์อาทิตย์มีอาหารหรือไม่ |
| ค่าธรรมเนียมโรงเรียนและเอกสาร (รวม SSP) | มักไม่รวม | รายการทั้งหมด จ่ายเมื่อไร จ่ายให้ใคร |
| ตั๋วเครื่องบิน | ไม่รวม | มีเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ–คลาร์ก หรือจะต่อเครื่องที่มะนิลาก็ได้ |
| ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน | ไม่รวม | ประมาณการรายสัปดาห์ของคุณเอง |
| ประกัน + เงินสำรอง | ไม่รวม | ระยะเวลาคุ้มครอง และเงินกันไว้เผื่อฉุกเฉิน |
1. ค่าเรียน — และคำว่า "ตัวต่อตัว" แปลว่าอะไรจริง ๆ
สองแพ็กเกจอาจระบุจำนวนคาบต่อวันเท่ากัน แต่คุณค่าต่างกันคนละเรื่อง เพราะ สัดส่วนระหว่างคาบตัวต่อตัวกับคาบกลุ่มไม่เท่ากัน เหตุผลที่คุณบินไปคลาร์กคือการเพิ่ม "พูดออกไป แล้วมีคนแก้ให้ทันที" ให้มากที่สุด ตัวเลขที่ต้องถามจึงไม่ใช่จำนวนคาบรวม แต่คือ มีกี่คาบที่เป็นตัวต่อตัวจริง ๆ อย่าถามว่า "เป็นคอร์สเข้มข้นไหม" ให้ถามตัวเลขนี้ตรง ๆ
ในแง่ตัวเงิน หมวดนี้กินสัดส่วน ราว 60–70% ของงบทั้งก้อน ราคาตลาดของแพ็กเกจ 4 สัปดาห์แบบ Full Board (ค่าเรียน + หอพัก + อาหารสามมื้อ) อยู่ที่ ประมาณ 35,000–61,000 บาท และส่วนต่างระหว่างหลักสูตรมักเป็นแบบนี้
- คอร์สสนทนามาตรฐาน (ผสมคาบกลุ่มกับคาบตัวต่อตัว) — อยู่ล่างสุดของช่วง
- คอร์สเตรียมสอบ IELTS/TOEIC — มักสูงกว่าคอร์สสนทนา ราว 5,000–10,000 บาท ต่อ 4 สัปดาห์
- คอร์สที่คาบตัวต่อตัวเยอะเป็นพิเศษ หรือเรียนกับครูเจ้าของภาษาเป็นหลัก — สูงกว่าคอร์สมาตรฐาน ราว 10,000–18,000 บาท ต่อ 4 สัปดาห์
พูดอีกแบบคือ ทุกคาบตัวต่อตัวที่เพิ่มเข้ามาคือเงินจริง ไม่ใช่ของแถม การเลือกจำนวนคาบให้พอดีกับเป้าหมายของตัวเอง — ไม่ใช่เลือกมากที่สุดเท่าที่มี — มักเป็นการประหยัดก้อนใหญ่ที่สุดของทั้งทริป
2. หอพักและอาหาร
โรงเรียนส่วนใหญ่รวมห้องพักและอาหารเข้ากับค่าเรียน นี่คือเหตุผลที่ใบเสนอราคาฝั่งฟิลิปปินส์ดูต่ำกว่าประเทศตะวันตกมาก เพราะค่าเช่าและค่าอาหารของคุณถูกนับรวมไว้แล้ว ให้ยืนยันประเภทห้อง (ห้องเดี่ยวแพงกว่า แต่สำหรับคนทำงานที่ยังต้องเคลียร์งานตอนกลางคืนมักคุ้ม) และเช็ก ว่าเสาร์อาทิตย์มีอาหารให้หรือไม่ ซึ่งเป็นจุดที่แต่ละโรงเรียนต่างกันมากที่สุด
ประเภทห้องคือคันโยกด้านราคาที่คุณตัดสินใจเองได้ชัดที่สุด ราคาแพ็กเกจ 4 สัปดาห์แบบ Full Board มักไล่เป็นสามขั้นตามห้อง
| ประเภทห้อง | แพ็กเกจ 4 สัปดาห์ โดยประมาณ |
|---|---|
| ห้องรวม 3–4 คน | ~35,000–45,000 บาท |
| ห้องคู่ | ~42,000–52,000 บาท |
| ห้องเดี่ยว | ~50,000–61,000 บาท |
ส่วนต่างระหว่างห้องรวมกับห้องเดี่ยวอยู่ที่ ราว 10,000–16,000 บาท ต่อ 4 สัปดาห์ ถ้าเรียน 12 สัปดาห์ก็ขยับเป็นราว 25,000–45,000 บาท ถ้าคุณไม่จำเป็นต้องนั่งทำงานในห้องตอนกลางคืน นี่คือจุดที่ลดงบได้มากที่สุดโดยไม่กระทบคุณภาพการเรียนเลย (ห้องรวมช่วงโลว์ซีซันของบางโรงเรียนลงไปต่ำกว่าตารางนี้ได้อีกเล็กน้อย จึงควรถามเป็นช่วงเวลาไป)
3. รายการที่มักไม่อยู่ในตัวเลขหน้าปก
จุดนี้คือที่ที่ใบเสนอราคาต่างกันมากที่สุด โรงเรียนที่ถูกต้องทุกแห่งย่อมมีค่าธรรมเนียมโรงเรียนและรายการด้านตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งรวมถึง SSP (Special Study Permit) ที่ทำให้คุณเรียนได้อย่างถูกกฎหมาย มีเพียงโรงเรียนที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลเท่านั้นที่ดำเนินการให้ได้ ดังนั้นก่อนโอนเงินควรอ่าน วิธีตรวจสอบโรงเรียนที่ได้รับอนุญาตและการทำ SSP ก่อน นั่นคือลำดับที่ถูกต้อง ขอรายการทั้งหมดเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมกำหนดเวลาและผู้รับเงินของแต่ละรายการ โรงเรียนที่ตอบเรื่องนี้ได้ชัดในอีเมลฉบับเดียว มักจัดการเรื่องอื่นได้ในระดับเดียวกัน
รายการกลุ่มนี้เก็บเป็น เปโซฟิลิปปินส์ ที่โรงเรียนโดยตรง จึงควรดูทั้งสองสกุลตอนตั้งงบ
| รายการ | ช่วงอ้างอิง (เปโซ) | เทียบเป็นบาทคร่าว ๆ | ต้องจ่ายเมื่อไร |
|---|---|---|---|
| SSP (ใบอนุญาตศึกษาพิเศษ) | ~7,800 เปโซ | ~4,300 บาท | ทุกคน จ่ายต่อการยื่นแต่ละครั้ง |
| ACR I-Card (บัตรประจำตัวคนต่างด้าว) | ~4,500 เปโซ | ~2,500 บาท | เมื่ออยู่เกินราว 59–60 วัน |
| ต่อวีซ่า | ~3,000–6,000 เปโซ ต่อครั้ง | ~1,700–3,400 บาท ต่อครั้ง | เมื่ออยู่เกินสิทธิ์ยกเว้นวีซ่า |
| ค่าธรรมเนียมโรงเรียน (น้ำ ไฟ ทำความสะอาด รับสนามบิน ฯลฯ) | แล้วแต่นโยบายโรงเรียน | — | มักจ่ายวันรายงานตัว |
รวมแล้ว คอร์สสั้นไม่ถึงหนึ่งเดือนมักจบที่ ราว 4,300 บาท ส่วนคอร์ส 8–12 สัปดาห์ขยับขึ้นเป็น ราว 6,000–13,500 บาท เพราะมี ACR I-Card และการต่อวีซ่าเพิ่มเข้ามา ทั้งนี้อัตราค่าธรรมเนียมกำหนดโดยหน่วยงานฟิลิปปินส์และ เคยปรับขึ้นมาแล้ว จึงควรถามโรงเรียนถึงตัวเลขที่ใช้อยู่จริงในวันที่คุณเข้าเรียน แทนที่จะยึดตารางเก่าในอินเทอร์เน็ต และ สิทธิ์ยกเว้นวีซ่าของคนไทยมีกำหนดจำนวนวันและอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดก่อนล็อกวันบิน
4. ตั๋วเครื่องบิน — เช็กก่อนว่ามีเที่ยวบินตรงไหม
คลาร์กอยู่ใน เขตปลอดภาษีคลาร์ก (Clark Freeport Zone) ห่างจากสนามบินนานาชาติคลาร์ก (CRK) ราว 30 นาที และจาก กรุงเทพฯ มีเที่ยวบินตรงเข้าสนามบินแห่งนี้ ใช้เวลาบินราว 3.5 ชั่วโมง ลงเครื่องแล้วเข้าโรงเรียนได้เลยโดยไม่ต้องเสียค่าต่อเครื่อง ถ้าตารางบินไม่ลงตัวก็ยังเลือกต่อเครื่องที่มะนิลาได้ แต่ต้องบวกค่าเดินทางช่วงมะนิลา–คลาร์กเข้าไปด้วย เส้นทางบินและจำนวนเที่ยวบินเปลี่ยนได้ตามช่วงเวลา ควรเช็กตารางบินล่าสุดก่อนจอง ไม่ว่าจะออกเดินทางจากที่ไหน ให้คิดค่าเดินทางทั้งเส้นทาง ไม่ใช่เฉพาะช่วงระหว่างประเทศ และถามโรงเรียนเรื่องการรับที่สนามบินให้ชัด นี่เป็นค่าใช้จ่ายจริง ไม่ใช่เศษเงิน
ราคาโดยประมาณ: ตั๋วไป-กลับจากไทยมักอยู่ที่ ราว 6,000–15,000 บาท ขึ้นอยู่กับสายการบิน บินตรงหรือต่อเครื่อง และช่วงเวลา เฉพาะปัจจัยฤดูกาลอย่างเดียวก็ทำให้เส้นทางเดียวกันต่างกันได้ 2,000–4,000 บาท โดยช่วงปิดเทอมใหญ่ สงกรานต์ และปีใหม่แพงที่สุดเสมอ จองล่วงหน้า 2–3 เดือนและเลี่ยงสองช่วงนั้น คือวิธีลดยอดรวมที่เร็วที่สุดโดยไม่ต้องตัดสัปดาห์เรียนออกแม้แต่สัปดาห์เดียว
5. ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
เพราะคาบเรียน ที่พัก และอาหารถูกรวมไว้แล้ว ช่วงการใช้จ่ายรายวันของคุณจึงแคบกว่าที่เรียนต่อหลายแห่ง แต่ไม่ใช่ศูนย์ ทั้งเที่ยวสุดสัปดาห์ กาแฟ ซักผ้า ซิมการ์ด และมื้อนอกเป็นครั้งคราว ตรงนี้ต้องซื่อสัตย์กับตัวเอง เพราะรีวิวทำนอง "ใช้เกินที่คิดไว้" ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากค่าเรียน แต่มาจาก งบสุดสัปดาห์ที่ประเมินต่ำเกินไป
ตัวเลขที่ตั้งไว้แล้วพอใช้จริงคือ ราว 3,000–7,000 บาทต่อเดือน โดยมื้อนอกกับกิจกรรมสุดสัปดาห์กินสัดส่วนใหญ่ที่สุด ที่เหลือเป็นค่า Grab หรือแท็กซี่เวลาออกนอกแคมปัส คลาร์กมีค่าครองชีพนอกโรงเรียนสบายกว่าเมืองท่องเที่ยว ถ้าตั้งเพดานรายสัปดาห์ไว้ตั้งแต่ต้น — เช่น 800–1,800 บาทต่อสัปดาห์ — ตัวเลขปลายคอร์สแทบไม่เคยหลุดมือ
6. ประกันและเงินสำรอง
ประกันการเดินทางหรือประกันสุขภาพให้ครอบคลุมตลอดระยะเวลาที่พำนัก บวกเงินสำรองอีกหนึ่งก้อนที่คุณหวังว่าจะไม่ได้ใช้ คนที่วางแผน 12 สัปดาห์แล้วไม่กันเงินสำรองไว้เลย มักลงเอยด้วยการตัดสองสัปดาห์สุดท้ายทิ้ง
- ประกันเดินทาง/สุขภาพ — ราว 800–2,400 บาท ต่อ 4 สัปดาห์ แล้วแต่วงเงินคุ้มครอง
- ตำราเรียน — ซื้อที่โรงเรียน ราว 700–1,900 บาทต่อเดือน และมักไม่อยู่ในใบเสนอราคา
- เงินสำรอง — ควรกันไว้ 5–10% ของงบทั้งหมด คอร์ส 12 สัปดาห์ก็คือราว 6,500–21,000 บาท
สามบรรทัดนี้รวมกันมักเท่ากับสิ่งที่รุ่นพี่เรียกว่า "ค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้คิดไว้" พอดี ใส่ลงตารางตั้งแต่แรก มันก็เลิกเป็นเรื่องไม่ได้คิดไว้ทันที
เทียบกับไอร์แลนด์ มอลตา หรือแคนาดา
พูดกันตรง ๆ ไอร์แลนด์ มอลตา แคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ให้สภาพแวดล้อมเจ้าของภาษา การได้ฟังสำเนียงหลากหลาย และในบางประเทศยังมีสิทธิ์ทำงานหรือเส้นทางอยู่ระยะยาว ข้อดีเหล่านี้เป็นเรื่องจริง และถ้าเป้าหมายคือไปใช้ชีวิตที่นั่นยาว ๆ ก็ยังสมเหตุสมผล
แต่ค่าใช้จ่ายรวมสูงกว่ามาก และการสอนส่วนใหญ่เป็น คลาสกลุ่ม เวลาที่คุณได้พูดจริง ๆ ต่อวันจึงสั้น ด้วยงบเท่ากัน ที่คลาร์กคุณซื้อชั่วโมงตัวต่อตัวได้มากกว่ามาก นี่คือการแลกทั้งหมดของเรื่องนี้ และถ้าคุณกำลังเทียบเมือง ลองอ่าน คลาร์กหรือเซบูสำหรับผู้ใหญ่ ประกอบ
เช็กลิสต์สำหรับเอาไปทาบใบเสนอราคา
- วันละกี่คาบ และเป็นตัวต่อตัวกี่คาบ
- ประเภทห้อง และเสาร์อาทิตย์มีอาหารหรือไม่
- รายการค่าธรรมเนียมโรงเรียนและเอกสารทั้งหมดเป็นลายลักษณ์อักษร รวมถึง SSP
- ราคาตั๋วรวม เทียบทั้งเส้นทางบินตรงและเส้นทางต่อเครื่องที่มะนิลา
- งบใช้จ่ายรายสัปดาห์ที่คุณประเมินเอง
- ประกันตลอดระยะเวลา + เงินสำรอง
เอาหกบรรทัดนี้ไปทาบกับใบเสนอราคาสองสามใบ แล้วคุณจะพบว่า "ที่ถูกที่สุด" มักเปลี่ยนโรงเรียน นั่นคือเหตุผลที่ต้องทำ
คำถามที่พบบ่อย
เรียนที่คลาร์ก 4 สัปดาห์ ต้องเตรียมเงินประมาณเท่าไหร่
คิดตั้งแต่ออกจากไทยจนกลับถึงบ้าน ช่วงอ้างอิงคือ ราว 48,000–80,000 บาท ชุดห้องรวม + คอร์สสนทนามาตรฐาน + ตั๋วโลว์ซีซัน อยู่ที่ขอบล่าง ส่วนห้องเดี่ยว + คอร์สคาบตัวต่อตัวเยอะ + ตั๋วช่วงปิดเทอมใหญ่ ดันคุณไปขอบบน
อัตราแลกเปลี่ยนมีผลมากไหม
มี และเป็นตัวแปรที่คุณคุมไม่ได้ ค่าเรียนมักตั้งราคาเป็นดอลลาร์ ส่วนค่าธรรมเนียมโรงเรียนและเอกสารเก็บเป็นเปโซที่หน้างาน ยอดบาทสุดท้ายจึงขึ้นกับเรตวันที่โอน ถ้าเรียนคอร์สยาว การแบ่งโอนเป็นสองสามงวดคือวิธีลดความเสี่ยงที่ง่ายที่สุด
เรียนนานขึ้นแล้วค่าเฉลี่ยต่อสัปดาห์ถูกลงไหม
เพราะรายการคงที่ถูกเฉลี่ยไปหลายสัปดาห์ คอร์สยาวจึงมักคุ้มกว่าคอร์สสั้นมาก ๆ แต่ให้เลือกระยะเวลาจากเป้าหมายก่อน ถ้าเล็งคะแนนสอบ ลองดู คอร์สติว IELTS แบบเข้มข้นที่คลาร์ก แล้วค่อยกลับมาคิดเรื่องราคาต่อสัปดาห์
จ่ายเป็นงวดได้ไหม
แต่ละโรงเรียนต่างกัน ถามตรง ๆ เร็วที่สุด สิ่งที่สำคัญกว่าคือทุกการชำระเงินต้องออกใบเรียกเก็บในนามโรงเรียน และทุกรายการต้องมีชื่อกำกับชัดเจน
ใบเสนอราคาไม่พูดถึง SSP เลย ผิดปกติไหม
อาจเป็นแค่วิธีจัดรายการของเขา หรืออาจเป็นสัญญาณเตือนก็ได้ ให้ถามไป แล้วสังเกต ว่าเขาตอบเร็วแค่ไหนและเจาะจงแค่ไหน
พื้นฐานภาษาอังกฤษยังอ่อนมาก ไปได้ไหม
ได้ โรงเรียนจัดระดับให้จากการทดสอบ และคาบตัวต่อตัวปรับตามระดับจริงของคุณอยู่แล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่คลาสกลุ่มทำไม่ได้
ตัวเลขสุดท้ายยังต้องมาจากใบเสนอราคาอยู่ดี
ช่วงราคาทั้งหมดในบทความนี้มีหน้าที่เดียว คือทำให้คุณรู้ว่ากำลังคุยกันที่ระดับงบเท่าไหร่ และมองออกทันทีเมื่อใบเสนอราคาใบหนึ่งขาดไปหนึ่งหมวด มันไม่ได้ แทนที่ใบเสนอราคา เพราะตัวเลขจริงยังขึ้นกับโรงเรียน ประเภทห้อง จำนวนคาบตัวต่อตัว ช่วงเวลาที่สมัคร และอัตราแลกเปลี่ยน
วิธีที่เร็วที่สุดคือบอกระยะเวลา งบ และเป้าหมายของคุณ แล้วให้โรงเรียนหรือเอเจนซี่พันธมิตรทำใบเสนอราคาแยกเป็นรายบรรทัดมาให้ ถามกลับแบบ "งบเท่านี้เรียนได้กี่สัปดาห์" ก็ได้เหมือนกัน — บ่อยครั้งนั่นคือคำถามที่ตรงกว่า
CAESA คือสมาคมของ โรงเรียน 8 แห่งที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลฟิลิปปินส์ ในคลาร์ก ได้แก่ HANA, WE, BELA E4U, EG, TALK, HELP, WEISE และ BEA มีตั้งแต่แนวเข้มงวดจริงจังไปจนถึงแนวบริหารตัวเองสำหรับผู้ใหญ่ และทั้ง 8 แห่งดำเนินการยื่น SSP ให้ได้ คุณจึงเปรียบเทียบใบเสนอราคาได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้แต่ละโรงเรียนมีตารางราคาของตัวเอง สมาคมจึงไม่ประกาศราคากลางร่วมกัน
