กลับไปที่บทความทั้งหมด

สัญญาเรียนและนโยบายคืนเงิน อ่านก่อนโอน

สัญญาเรียนและนโยบายคืนเงิน อ่านก่อนโอน
Photo: E911a / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

คนส่วนใหญ่ใช้เวลาหลายสัปดาห์เปรียบเทียบราคาคอร์ส แต่ใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีอ่านเอกสารที่ตัวเองกำลังจะเซ็น พอเกิดเรื่องขึ้นจริง — ต้องกลับก่อนกำหนด ครูลาติดกันหลายวัน หรือยอดเงินที่โอนไม่ตรงกับที่คุยไว้ — สิ่งเดียวที่ใช้อ้างอิงได้คือเอกสารฉบับนั้น ไม่ใช่บทสนทนาในแชท บทความนี้แยกออกมาเป็นข้อ ๆ ว่าในใบสมัครและเงื่อนไขของโรงเรียนภาษาที่คลาร์ก มีจุดไหนบ้างที่คนไทยมักอ่านผ่านแล้วมาเสียใจทีหลัง เงื่อนไขจริงต่างกันไปในแต่ละโรงเรียนและแต่ละแพ็กเกจ ทุกข้อในบทความนี้คือ "สิ่งที่ต้องถาม" ไม่ใช่ "สิ่งที่เป็นแบบนี้ทุกที่"

รู้ก่อนว่าคุณกำลังทำสัญญากับใคร

การสมัครเรียนที่คลาร์กส่วนใหญ่ทำผ่านเอเจนซี่พันธมิตรของโรงเรียน ไม่ได้เดินเข้าไปเซ็นที่หน้าเคาน์เตอร์โรงเรียนเอง จุดนี้สำคัญกว่าที่คิด เพราะเอกสารที่คุณได้รับอาจมีสองชั้น คือใบยืนยันการจองจากเอเจนซี่ กับเงื่อนไขการเรียนของโรงเรียน และทั้งสองฉบับอาจเขียนเรื่องการคืนเงินไม่เหมือนกัน

ก่อนโอนเงินก้อนแรก ให้ถามให้ชัดสามข้อ คือ เงินโอนเข้าบัญชีใคร (เอเจนซี่หรือโรงเรียน) ใครเป็นผู้พิจารณาการคืนเงิน และ ถ้าสองฉบับขัดกัน ให้ยึดฉบับไหน คำตอบที่ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรมีค่ามากกว่าส่วนลดใด ๆ ที่ได้มา และถ้าราคาที่เสนอมาถูกผิดปกติจนน่าสงสัย ควรย้อนกลับไปตรวจเรื่องใบอนุญาตก่อนเป็นอันดับแรก อ่านได้ใน วิธีตรวจสอบโรงเรียนที่ได้รับอนุญาตและการทำ SSP

"คาบเรียน" ในสัญญาหมายถึงกี่นาที

นี่คือข้อที่สร้างความรู้สึก "ไม่ตรงปก" มากที่สุด สองโรงเรียนอาจเขียนเหมือนกันว่า "8 คาบต่อวัน" แต่ความหมายต่างกันคนละเรื่อง เพราะตัวแปรอย่างน้อยสามอย่างไม่เท่ากัน

  • ความยาวต่อคาบ 40 นาที 45 นาที หรือ 50 นาที ต่างกันวันละหนึ่งชั่วโมงได้ง่าย ๆ เมื่อคูณทั้งคอร์ส
  • สัดส่วนตัวต่อตัวกับคาบกลุ่ม จำนวนคาบรวมเท่ากันแต่คาบ 1:1 ต่างกันสามคาบ คือคนละแพ็กเกจ
  • คาบบังคับนอกตาราง เช่นคาบทบทวนตอนเย็นหรือคาบท่องศัพท์ นับรวมอยู่ในตัวเลขหน้าปกหรือไม่

ให้ขอเป็นตารางเรียนตัวอย่างของหนึ่งสัปดาห์ ไม่ใช่แค่ตัวเลขสรุป แล้วเทียบระหว่างโรงเรียนบนฐานเดียวกัน วิธีดึงค่าจากคาบตัวต่อตัวให้เต็มที่อ่านต่อได้ใน ใช้คาบเรียนตัวต่อตัวให้คุ้มที่สุด

เงื่อนไขคืนเงินเมื่อต้องกลับก่อนกำหนด

ชีวิตจริงมีเรื่องไม่คาดคิด ทั้งงานเรียกกลับ ครอบครัวเจ็บป่วย หรือปัญหาสุขภาพของตัวเอง คำถามคือเงินที่จ่ายล่วงหน้าไปแล้วจะเป็นยังไง สิ่งที่ต้องอ่านคือ สูตรการคำนวณ ไม่ใช่แค่ประโยคว่า "คืนเงินได้บางส่วน"

จุดที่ต้องดูให้ครบมีสี่จุด หนึ่ง คิดคืนตามสัปดาห์ที่เหลือหรือหักเป็นขั้นบันได สอง ค่าเรียนกับค่าหอพักคิดแยกกันหรือรวมกัน สาม มีค่าธรรมเนียมดำเนินการหักออกกี่เปอร์เซ็นต์ และสี่ ส่วนลดที่ได้ตอนจองยาวจะถูกเรียกคืนหรือไม่เมื่อระยะเวลาจริงสั้นลง ข้อสุดท้ายนี้คนมองข้ามบ่อยที่สุด เพราะการจอง 12 สัปดาห์แล้วอยู่จริง 6 สัปดาห์ อาจถูกคิดใหม่ในเรตของแพ็กเกจ 6 สัปดาห์ซึ่งแพงกว่าต่อสัปดาห์ ทำให้ยอดคืนน้อยกว่าที่คำนวณเอาไว้ในใจมาก

อีกเรื่องที่ต้องถามพร้อมกันคือ ค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้หน่วยงานรัฐไปแล้วจะไม่ได้คืน เช่น SSP ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมต่อการยื่นแต่ละครั้ง เมื่อยื่นไปแล้วก็ถือว่าใช้สิทธิ์ไปแล้ว ไม่เกี่ยวกับว่าคุณเรียนจบคอร์สหรือไม่ ส่วนขั้นตอนการแจ้งขอกลับก่อนกำหนดหรือขยายเวลาเรียน อ่านรายละเอียดได้ใน อยากเรียนต่อ หรือกลับก่อนกำหนด

เงินมัดจำหอพัก คาบที่หายไป และวันหยุดราชการ

สามเรื่องนี้มักอยู่ตัวเล็ก ๆ ท้ายเอกสาร แต่เป็นต้นเหตุของการโต้เถียงวันสุดท้ายก่อนกลับบ่อยมาก

ข้อสัญญาจุดที่มักเกิดข้อพิพาทสิ่งที่ต้องขอให้เขียนไว้
เงินมัดจำห้องพักหักค่าเสียหายโดยไม่มีหลักฐานตอนเข้าพักคืนภายในกี่วัน คืนเป็นเงินสดหรือโอน และเกณฑ์การหัก
กุญแจ บัตร ผ้าปูที่นอนของหายแล้วคิดราคาสูงกว่าที่คาดราคาต่อชิ้นระบุไว้ล่วงหน้า
ครูลาหรือครูลาออกกลางคอร์สได้ครูใหม่ช้า หรือคาบหายไปเฉย ๆชดเชยเป็นคาบเรียน ภายในกี่วันทำการ
วันหยุดนักขัตฤกษ์ของฟิลิปปินส์ปีหนึ่งมีหลายวัน ตรงกับวันเรียนหยุดแล้วชดเชยหรือไม่ ชดเชยยังไง
อาหารเสาร์อาทิตย์คิดว่ารวม แต่จริง ๆ ไม่รวมระบุจำนวนมื้อต่อสัปดาห์ให้ชัด

เคล็ดลับที่ใช้ได้จริงคือ ถ่ายรูปห้องพักทั้งห้องในวันเข้าพักวันแรก ทั้งผนัง เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ที่มีตำหนิอยู่แล้ว เก็บไว้ในมือถือพร้อมวันที่ วิธีนี้ใช้เวลาสามนาทีและตัดปัญหาเรื่องเงินมัดจำได้เกือบทั้งหมด เรื่องปฏิทินวันหยุดควรถามพร้อมกับการเลือกช่วงเวลาเดินทาง อ่านเพิ่มได้ใน ไปเรียนคลาร์กช่วงไหนดี

อัตราแลกเปลี่ยนยึดวันไหนเป็นเกณฑ์

ค่าเรียนของโรงเรียนที่คลาร์กส่วนใหญ่ตั้งราคาเป็นดอลลาร์สหรัฐ ส่วนค่าธรรมเนียมที่จ่ายหน้างานเก็บเป็นเปโซฟิลิปปินส์ แต่คุณจ่ายด้วยเงินบาท แปลว่ามีการแปลงค่าอย่างน้อยหนึ่งครั้ง และตรงนั้นคือช่องว่างที่ทำให้ยอดจริงไม่ตรงกับที่คุยกันไว้

คำถามที่ต้องถามให้ตรงคือ ใช้เรตของวันไหน วันที่ออกใบเสนอราคา วันที่โอนเงินจริง หรือเรตกลางของธนาคารในวันชำระ และถ้าโอนแบ่งสองงวด งวดที่สองใช้เรตใหม่หรือล็อกไว้ตามงวดแรก อีกจุดคือ ค่าธรรมเนียมโอนเงินระหว่างประเทศเป็นภาระของฝ่ายไหน เพราะถ้าปลายทางได้รับเงินไม่ครบ โรงเรียนบางแห่งจะถือว่าคุณยังชำระไม่ครบและเรียกส่วนต่างในวันรายงานตัว การขอให้ระบุยอดสุทธิที่ปลายทางต้องได้รับไว้เป็นตัวเลขชัด ๆ ช่วยตัดปัญหานี้ได้ทั้งหมด ภาพรวมงบทั้งก้อนดูได้ใน ค่าใช้จ่ายเรียนภาษาอังกฤษที่คลาร์กทั้งหมด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถ้าคุยเงื่อนไขกันในแชทแล้ว จำเป็นต้องมีเอกสารอีกไหม

จำเป็น ข้อความในแชทหายง่ายและตีความได้หลายทาง วิธีที่ง่ายที่สุดคือสรุปสิ่งที่ตกลงกันส่งเป็นอีเมลกลับไป แล้วขอให้อีกฝ่ายตอบยืนยัน เท่านี้ก็มีหลักฐานที่ใช้อ้างอิงได้แล้ว

สัญญาเป็นภาษาอังกฤษทั้งฉบับ อ่านไม่ทันจะทำยังไง

ขอไฟล์ล่วงหน้าก่อนวันชำระเงิน อย่าเซ็นในวันเดียวกับที่เพิ่งได้รับ ถ้ามีข้อไหนไม่แน่ใจ ให้ถามกลับเป็นข้อ ๆ ทางอีเมล คำตอบที่ได้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของหลักฐานไปด้วย

ถ้าเจ็บป่วยจนเรียนต่อไม่ไหว จะได้เงินคืนไหม

ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละโรงเรียนและมักต้องมีใบรับรองแพทย์ประกอบ ควรถามเงื่อนไขข้อนี้ตั้งแต่ก่อนสมัคร และตรวจสอบว่าประกันเดินทางของคุณครอบคลุมส่วนไหนบ้าง

เลื่อนวันเริ่มเรียนออกไปแทนการยกเลิก ทำได้ไหม

หลายแห่งยืดหยุ่นกว่าการขอคืนเงิน แต่มักมีเงื่อนไขเรื่องระยะเวลาที่เลื่อนได้และจำนวนครั้ง ถ้าแผนของคุณยังไม่นิ่ง ควรถามข้อนี้ไว้ตั้งแต่ต้น เพราะเป็นทางออกที่เสียหายน้อยที่สุด

อ่านให้จบก่อนเซ็น ใช้เวลาไม่นานแต่ช่วยได้ทั้งคอร์ส ดูโรงเรียนสมาชิก CAESA ทั้ง 8 แห่ง หรือ ติดต่อเรา เพื่อขอรายละเอียดเงื่อนไขของแต่ละโรงเรียนเป็นลายลักษณ์อักษร

พบกับ 8 โรงเรียน →