กลับไปที่บทความทั้งหมด

สอบวัดระดับภาษาอังกฤษ หลังจบคอร์สที่คลาร์ก

สอบวัดระดับภาษาอังกฤษ หลังจบคอร์สที่คลาร์ก
Photo: CNEcija12345 / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

ผู้เรียนจำนวนมากตั้งใจว่าจะสอบวัดระดับหลังกลับจากคลาร์ก แล้วเลื่อนไปเรื่อย ๆ จนสภาพภาษาที่สร้างมาหลายสัปดาห์หายไปเกือบหมด พอถึงตอนที่ต้องใช้คะแนนจริงก็ต้องเริ่มเตรียมใหม่ตั้งแต่ต้น

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความขี้เกียจ แต่อยู่ที่การไม่ได้ตัดสินใจเรื่องวันสอบตั้งแต่ก่อนบิน เมื่อไม่มีวันที่แน่นอน สมองจะจัดให้เรื่องนี้อยู่ในกลุ่ม "ไว้ค่อยทำ" โดยอัตโนมัติ

บทความนี้เรียงตามลำดับเวลาว่าควรตัดสินใจอะไรเมื่อไร หมายเหตุ ไม่มีคอร์สหรือแผนใดที่รับประกันคะแนนสอบได้ ข้อมูลด้านรอบสอบ ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขของผู้จัดสอบเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับผู้จัดสอบอย่างเป็นทางการโดยตรงทุกครั้ง

ก่อนบิน ตัดสินใจสามข้อ

ข้อแรก สอบอะไร คำตอบไม่ได้มาจากความชอบ แต่มาจากผู้ที่จะรับคะแนนของคุณ ถ้าเป็นการสมัครเรียนต่อ ให้ดูว่าสถาบันนั้นรับข้อสอบใดบ้างและกำหนดคะแนนขั้นต่ำเท่าไร ถ้าเป็นการสมัครงาน ให้ดูว่าองค์กรกำหนดอะไร อย่าเลือกข้อสอบก่อนแล้วค่อยหาว่าใครรับ

ถ้าเป้าหมายปลายทางคือการสมัครงาน คะแนนเป็นแค่ด่านแรก และการเตรียมสัมภาษณ์เป็นคนละงานกับการเตรียมสอบ อ่านต่อได้ที่ เตรียมสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ ด้วยคอร์สเรียน

ข้อสอง สอบเมื่อไร ให้เลือกวันที่ห่างจากวันกลับถึงไทยไม่เกินสามถึงหกสัปดาห์ ช่วงนี้เป็นช่วงที่สภาพภาษายังใกล้เคียงกับตอนอยู่ที่นั่นมากที่สุด ถ้าปล่อยนานกว่านั้น ความลื่นไหลในการพูดจะลดลงก่อนอย่างอื่นเสมอ

ข้อสาม จองเลยหรือยัง ถ้าเป็นไปได้ ให้จองรอบสอบไว้ตั้งแต่ก่อนบิน เพราะสองอย่างจะเกิดขึ้นทันที คือคุณมีเส้นตายจริง และคุณจะออกแบบคอร์สให้เดินไปทางนั้นตั้งแต่วันแรก ควรตรวจนโยบายการเลื่อนและการคืนเงินของผู้จัดสอบก่อนชำระเงินเสมอ

สัปดาห์แรกที่คลาร์ก แจ้งเป้าหมายให้ชัด

เมื่อถึงโรงเรียนแล้ว ให้บอกทั้งครูและฝ่ายวิชาการตั้งแต่สัปดาห์แรกว่าคุณมีวันสอบอยู่ในมือ พร้อมบอกวันที่จริง

การบอกวันที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยน เพราะครูจะเลือกเนื้อหาและรูปแบบการฝึกให้สอดคล้อง แทนที่จะสอนแบบทั่วไป และฝ่ายวิชาการอาจแนะนำการปรับคาบให้เหมาะกับช่วงเวลาที่เหลือ รูปแบบคอร์สเตรียมสอบและความยืดหยุ่นในการปรับต่างกันไปในแต่ละโรงเรียน ควรสอบถามก่อนสมัคร

สิ่งที่ควรขอในสัปดาห์แรกคือการประเมินจุดยืนปัจจุบันเทียบกับเป้าหมาย ไม่ใช่เพื่อทำนายคะแนน แต่เพื่อรู้ว่าควรทุ่มเวลาไปที่ทักษะไหนก่อน คนที่อ่อนการเขียนกับคนที่อ่อนการฟังต้องใช้แผนคนละแบบ

ระหว่างคอร์ส แบ่งเวลาระหว่างพื้นฐานกับเทคนิค

นี่คือจุดที่คนพลาดบ่อยที่สุด คือทุ่มไปกับเทคนิคการทำข้อสอบตั้งแต่วันแรก

เทคนิคการทำข้อสอบมีประโยชน์จริง แต่มีเพดาน มันช่วยให้คุณแสดงความสามารถที่มีอยู่ออกมาได้เต็มที่ แต่ไม่ได้สร้างความสามารถใหม่ ถ้าพื้นฐานยังไม่ถึง การฝึกเทคนิคอย่างเดียวจะตันเร็วมาก

ช่วงเวลาที่เหลือก่อนสอบสัดส่วนพื้นฐานสัดส่วนเทคนิคข้อสอบ
มากกว่า 12 สัปดาห์ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์
8 ถึง 12 สัปดาห์ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์
4 ถึง 8 สัปดาห์ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์
น้อยกว่า 4 สัปดาห์ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์

สัดส่วนนี้เป็นกรอบเริ่มต้น ไม่ใช่สูตรตายตัว และควรปรับตามผลการทดลองทำข้อสอบจริงระหว่างทาง การเลือกระหว่างคอร์สสอบกับคอร์สสนทนาอ่านต่อได้ที่ คอร์สสอบหรือคอร์สสนทนา แบบไหนเหมาะกว่า

สองสัปดาห์สุดท้ายก่อนกลับ เก็บหลักฐานสภาพตัวเอง

ช่วงนี้มีงานหนึ่งอย่างที่ทำแล้วคุ้มมาก คือบันทึกสภาพภาษาของตัวเองไว้เป็นหลักฐาน

ให้ทำสามอย่าง หนึ่ง อัดเสียงตัวเองพูดตอบคำถามแบบข้อสอบพูด เก็บไฟล์ไว้ สอง เก็บงานเขียนที่ครูตรวจแล้วทั้งหมด ไว้ในที่เดียว สาม จดรายการจุดอ่อนที่ครูบอก ให้ครบ

สามอย่างนี้จะกลายเป็นเครื่องมือหลักในช่วงที่คุณกลับไทยแล้วและไม่มีครูอยู่ข้าง ๆ เพราะคุณจะรู้ว่าต้องซ้อมอะไรและเทียบได้ว่าตัวเองยังรักษาสภาพไว้ได้หรือไม่

หลังกลับถึงไทย ช่วงที่อันตรายที่สุด

สามสัปดาห์แรกหลังกลับคือช่วงที่ทุกอย่างพังง่ายที่สุด เพราะชีวิตเดิมกลับมาทั้งหมดพร้อมกัน

สิ่งที่ควรทำคือกำหนดตารางไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ยังอยู่ที่คลาร์ก อย่ารอไปคิดตอนถึงบ้าน ตารางที่ใช้ได้จริงมักเป็นตารางที่สั้นแต่ทุกวัน เช่นวันละสามสิบนาทีในเวลาเดิม ดีกว่าตั้งใจว่าจะทำสามชั่วโมงในวันหยุด

อีกเรื่องคือรักษาการพูดไว้ให้ได้ เพราะเป็นทักษะที่หายเร็วที่สุดเมื่อไม่ได้ใช้ ทางเลือกมีหลายแบบทั้งการเรียนออนไลน์ต่อเนื่องกับครูคนเดิมถ้าโรงเรียนมีบริการนั้น หรือการหาคู่ฝึกพูด อ่านต่อได้ที่ รักษาภาษาอังกฤษหลังกลับไทย

วันสอบ เรื่องที่ควบคุมได้ล่วงหน้า

สิ่งที่ทำให้คะแนนต่ำกว่าที่ควรมักไม่ใช่ความสามารถ แต่เป็นเรื่องที่จัดการได้ทั้งหมด

ตรวจสามอย่างก่อนวันสอบอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ คือ เอกสารแสดงตนที่ผู้จัดสอบกำหนด ซึ่งมักต้องเป็นฉบับเดียวกับที่ใช้ตอนสมัคร สถานที่และเวลาที่ต้องไปถึง ซึ่งมักเร็วกว่าเวลาเริ่มสอบพอสมควร และ รูปแบบการสอบว่าเป็นแบบกระดาษหรือคอมพิวเตอร์ เพราะสองแบบนี้ต้องซ้อมไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะส่วนการเขียน

รายละเอียดทั้งหมดนี้กำหนดโดยผู้จัดสอบและเปลี่ยนแปลงได้ ต้องตรวจสอบจากประกาศอย่างเป็นทางการของผู้จัดสอบเท่านั้น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

สอบที่ฟิลิปปินส์เลยดีกว่าไหม

มีผู้เรียนบางส่วนเลือกสอบก่อนกลับเพราะสภาพภาษายังพีคอยู่ แต่ต้องตรวจสอบเรื่องรอบสอบ สถานที่ เอกสารที่ต้องใช้สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางไทย และระยะเวลาการออกผล ต้องสอบถามผู้จัดสอบในพื้นที่โดยตรงและวางแผนล่วงหน้าหลายสัปดาห์

คะแนนมีอายุเท่าไร

ข้อสอบแต่ละประเภทมีอายุผลไม่เท่ากัน และผู้รับคะแนนแต่ละแห่งอาจกำหนดเงื่อนไขของตัวเองเพิ่มอีก ควรตรวจทั้งสองด้านก่อนเลือกวันสอบ เพื่อไม่ให้สอบเร็วเกินไปจนผลหมดอายุก่อนใช้

เรียนกี่สัปดาห์ถึงจะได้คะแนนตามเป้า

ไม่มีใครตอบแทนคุณได้ เพราะขึ้นกับจุดตั้งต้น ระยะห่างจากเป้าหมาย และเวลาที่ทุ่มลงไปจริง ระวังข้อมูลที่รับประกันคะแนนไว้ล่วงหน้า อ่านวิธีอ่านรีวิวได้ที่ ดูรีวิวโรงเรียนอย่างไรไม่ให้โดนโฆษณาหลอก

ถ้าเลเวลที่โรงเรียนไม่ขึ้น แปลว่าสอบไม่ผ่านใช่ไหม

ไม่ใช่ เพราะระบบเลเวลของโรงเรียนเป็นระบบภายในที่วัดคนละอย่างกับข้อสอบมาตรฐาน อ่านต่อได้ที่ เลเวลภาษาอังกฤษไม่ขึ้น ตรวจอะไรบ้าง

วันสอบที่กำหนดไว้ตั้งแต่ก่อนบิน คือสิ่งที่ทำให้ทั้งคอร์สมีทิศทาง ดูโรงเรียนสมาชิก CAESA ทั้ง 8 แห่ง หรือ ติดต่อเรา เพื่อสอบถามคอร์สเตรียมสอบของแต่ละโรงเรียน

พบกับ 8 โรงเรียน →