SSP เรียนคลาร์ก วีซ่า 30 วันจริง ไม่ใช่ 21

หาข้อมูลก่อนบินไปเรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์ แล้วเจอคำตอบไม่ตรงกันสักที บางเว็บบอกว่าคนไทยเข้าฟิลิปปินส์แบบไม่ต้องขอวีซ่าได้ 21 วัน บางเว็บบอก 30 วัน แล้วก็ยังมีคำว่า "SSP" โผล่มาอีก ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นคนละเรื่องกับวีซ่าหรือเป็นเรื่องเดียวกันแน่ ความสับสนแบบนี้ทำให้หลายคนเลื่อนการตัดสินใจออกไปเรื่อย ๆ ทั้งที่จริง ๆ แล้วคำตอบชัดเจนกว่าที่คิดมาก บทความนี้ไล่ให้ทีละเรื่อง เริ่มจากแก้ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดก่อน
คนไทยเข้าฟิลิปปินส์ได้กี่วันแบบไม่ต้องขอวีซ่า (21 วัน หรือ 30 วัน กันแน่)
ตอบให้ชัดตรงนี้เลย หนังสือเดินทางไทยเข้าฟิลิปปินส์แบบไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้าได้ 30 วัน ไม่ใช่ 21 วันตามที่เว็บไซต์บางแห่งเขียนไว้ ตัวเลข 21 วันที่ยังพบเจอในเว็บท่องเที่ยวไทยหลายแห่งเป็นข้อมูลเก่าหรือคลาดเคลื่อนที่หลุดวนซ้ำกันมา และทำให้คนวางแผนสั้นเกินความจำเป็นโดยไม่รู้ตัว
สิทธินี้มาจากการที่ไทยเป็นสมาชิกอาเซียนเช่นเดียวกับฟิลิปปินส์ นักท่องเที่ยวและผู้ที่เดินทางเข้าไปด้วยจุดประสงค์ทั่วไป (รวมถึงมาเรียนคอร์สระยะสั้น) จึงได้รับสิทธิพำนักโดยไม่ต้องยื่นขอวีซ่าล่วงหน้าจากสถานทูตเป็นเวลา 30 วันนับจากวันที่เดินทางเข้าประเทศ อย่างไรก็ตาม กฎเกณฑ์เรื่องวีซ่าเปลี่ยนแปลงได้ตามนโยบาย ทางที่ดีที่สุดคือเช็กกับสถานทูตฟิลิปปินส์หรือสายการบินอีกครั้งใกล้วันเดินทางจริงเสมอ อย่ายึดตัวเลขจากบทความเก่าเพียงอย่างเดียว รวมถึงบทความนี้ด้วย
ข้อดีของเรื่องนี้คือ ไม่ต้องเดินทางไปสถานทูตฟิลิปปินส์ที่กรุงเทพฯ ก่อนบิน เหมือนบางประเทศที่ต้องขอวีซ่าท่องเที่ยวล่วงหน้า คนไทยที่วางแผนไปเรียนภาษาอังกฤษระยะสั้นจึงข้ามขั้นตอนนี้ไปได้เลย แม้สถานทูตฟิลิปปินส์ประจำกรุงเทพฯ จะมีอยู่จริง (สำหรับกรณีพิเศษหรือคำถามเฉพาะทาง ควรติดต่อสถานทูตโดยตรง) แต่สำหรับนักเรียนภาษาทั่วไปที่พำนักในกรอบเวลาที่กำหนด ไม่จำเป็นต้องไปติดต่อเลย
วีซ่าฟรี 30 วัน กับ SSP คือคนละเรื่องกัน อย่าสับสน
นี่คือจุดที่คนสับสนกันมากที่สุด และเป็นเหตุผลที่บทความนี้เขียนขึ้นมาโดยเฉพาะ สิทธิพำนัก 30 วันแบบไม่ต้องขอวีซ่า เป็นเรื่องของ "อยู่ในประเทศได้นานแค่ไหน" ส่วน SSP (Special Study Permit หรือใบอนุญาตศึกษาพิเศษ) เป็นเรื่องของ "อยู่เพื่อเรียนอย่างถูกกฎหมายหรือเปล่า" สองเรื่องนี้ตอบคำถามคนละคำถาม และต้องดำเนินการแยกกัน
พูดง่าย ๆ คือ ต่อให้คุณอยู่ในฟิลิปปินส์แค่ 20 วันโดยไม่เกินสิทธิพำนักฟรีเลย แต่ถ้าจุดประสงค์การเข้าประเทศคือมา "เรียนหลักสูตร" ไม่ใช่ท่องเที่ยว สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (Bureau of Immigration หรือ BI) ก็ยังกำหนดให้นักเรียนต่างชาติที่เข้าร่วมโปรแกรมการศึกษาต้องมี SSP เพื่อให้สถานะการเรียนถูกต้องตามกฎหมายควบคู่ไปกับสิทธิพำนักปกติ นี่คือเหตุผลว่าทำไมโรงเรียนภาษาที่ได้รับใบอนุญาตจริงถึงยื่น SSP ให้นักเรียนแทบทุกคนโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าคอร์สจะสั้นหรือยาวแค่ไหน
SSP คืออะไร ทำไมนักเรียนภาษาต้องมีแทบทุกคน
SSP ออกโดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของฟิลิปปินส์ เพื่อรับรองว่านักเรียนต่างชาติที่เข้าเรียนหลักสูตรระยะสั้น (ไม่ใช่หลักสูตรปริญญา) อย่างเช่นคอร์สภาษาอังกฤษ มีสถานะการเรียนที่ถูกต้องตามกฎหมายระหว่างพำนักในประเทศ จุดสำคัญที่สุดที่ต้องรู้คือ มีเพียงโรงเรียนที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการเท่านั้นที่มีสิทธิ์ยื่น SSP แทนนักเรียนได้ โรงเรียนที่ไม่มีใบอนุญาตจริงจะไม่สามารถดำเนินเรื่องนี้ให้คุณได้เลย ไม่ว่าจะโฆษณาสวยหรูแค่ไหน
เรื่องนี้เชื่อมโยงตรงกับการเลือกโรงเรียนตั้งแต่ต้น อ่านรายละเอียดวิธีตรวจสอบใบอนุญาตโรงเรียนก่อนโอนเงินเพิ่มเติมได้ใน เช็ก SSP คลาร์ก ก่อนไปเรียนอังกฤษ
เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับ SSP (เช็กลิสต์)
โดยทั่วไป เอกสารขั้นต่ำที่ใช้ยื่นขอ SSP มีดังนี้
- หนังสือเดินทาง ที่มีอายุเหลือใช้งานได้อีกอย่างน้อย 6 เดือนนับจากวันเดินทาง
- สำเนาหน้าหนังสือเดินทางที่มีข้อมูลส่วนตัว (หน้ารูปถ่าย)
- ตราประทับเข้าประเทศ (arrival stamp) ที่ยังเหลือระยะเวลาพำนักอย่างน้อย 20 วัน ณ วันยื่นเรื่อง
- หนังสือรับรองการเข้าเรียนจากโรงเรียน ที่ยืนยันว่าคุณลงทะเบียนเรียนหลักสูตรจริง
เอกสารทั้งหมดนี้ โรงเรียนที่ได้รับใบอนุญาตจริงจะแจ้งรายการและช่วยดำเนินเรื่องยื่นให้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการลงทะเบียนอยู่แล้ว สิ่งที่ผู้เรียนต้องเตรียมเองหลัก ๆ คือหนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือเพียงพอ ก่อนสมัครเรียนที่ไหน แนะนำให้ทวนรายการเอกสารทั้งหมดที่โรงเรียนควรขอดูก่อนรับนักเรียนอีกครั้งใน เลือกโรงเรียนภาษาคลาร์ก เอกสาร 4 ชุด
ค่าใช้จ่ายจริง SSP ต่อวีซ่า และ ACR I-Card เท่าไหร่บ้าง
นี่คือตัวเลขที่หลายคนอยากรู้ที่สุด และเป็นตัวเลขอ้างอิงตามค่าธรรมเนียมทางการที่ใช้กันทั่วไป (คิดอัตราแลกเปลี่ยนคร่าว ๆ ที่ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ≈ 58 เปโซฟิลิปปินส์ เพื่อให้พอเห็นภาพ ไม่ใช่อัตราตายตัว):
- SSP: ประมาณ 7,800 เปโซฟิลิปปินส์ (ราว 134 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อการยื่นขอ 1 ครั้ง ตัวเลขนี้เท่ากันไม่ว่าจะเป็นการยื่นครั้งแรกหรือการต่ออายุ แต่ข้อควรระวังคือ SSP ไม่ใช่จ่ายครั้งเดียวจบเสมอไป บางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองออก SSP ให้ตามระยะเวลาที่ลงทะเบียนเรียนจริงเท่านั้น ถ้าคุณต่อคอร์สให้ยาวขึ้นภายหลัง อาจต้องยื่น SSP ใหม่อีกรอบ และเสียค่าธรรมเนียม 7,800 เปโซซ้ำอีกครั้ง ระยะเวลาที่ SSP คุ้มครองก็มักอยู่ราว 6 เดือน แต่ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละสำนักงานเช่นกัน ทางที่ดีที่สุดคือถามโรงเรียนที่คุณจะเรียนให้ชัดตั้งแต่ต้นว่า SSP ที่ยื่นให้คุณครอบคลุมช่วงเวลาไหน
- ACR I-Card (บัตรลงทะเบียนคนต่างด้าว): ประมาณ 4,500 เปโซฟิลิปปินส์ (ราว 78 ดอลลาร์สหรัฐ) บัตรนี้จำเป็นเมื่อพำนักในฟิลิปปินส์เกิน 59 วัน
- ค่าธรรมเนียมต่อวีซ่า: ประมาณ 3,000-6,000 เปโซฟิลิปปินส์ (ราว 52-103 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อครั้ง ยิ่งพำนักนานเท่าไหร่ ยิ่งต้องต่อหลายรอบ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็สะสมมากขึ้นตามไปด้วย
ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าธรรมเนียมราชการ แยกต่างหากจากค่าเล่าเรียนและค่าที่พัก ทางโรงเรียนที่ได้รับใบอนุญาตมักช่วยแจ้งยอดรวมที่ต้องเตรียมให้ชัดเจนตั้งแต่ก่อนเดินทาง
อยู่นานกว่า 30 วัน ต้องต่อวีซ่ายังไง แล้ว ACR I-Card ต้องทำเมื่อไหร่
ถ้าคอร์สเรียนของคุณยาวกว่าสิทธิพำนักฟรี 30 วัน ต้องทำการต่อวีซ่า ระบบที่ใช้กันทั่วไปคือ การต่อครั้งแรกหลังครบ 30 วัน จะได้เพิ่มอีก 29 วัน รวมเป็น 59 วัน จากนั้นสามารถต่อวีซ่าเพิ่มได้อีกเป็นรายเดือนตามความจำเป็นของระยะเวลาคอร์สเรียน
จุดที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ เมื่อพำนักเกิน 59 วัน กฎหมายกำหนดให้ต้องมี ACR I-Card ซึ่งเป็นบัตรลงทะเบียนคนต่างด้าวที่แยกจากขั้นตอนต่อวีซ่า ดังนั้นถ้าคุณวางแผนเรียนคอร์ส 8 สัปดาห์ขึ้นไป ควรเผื่อเรื่องนี้ไว้ในงบและตารางเวลาตั้งแต่ต้น โรงเรียนในเครือข่ายที่มีประสบการณ์รับนักเรียนต่างชาติเป็นประจำมักจะช่วยประสานเรื่องต่อวีซ่าและ ACR I-Card ให้ หรืออย่างน้อยก็ช่วยแนะนำขั้นตอนที่ต้องทำได้อย่างชัดเจน ไม่ต้องไปหาข้อมูลเองทั้งหมดตามลำพัง
ทำไมต้องเลือกโรงเรียนที่ยื่น SSP ให้ได้จริง
จากทุกเรื่องที่อธิบายมา จุดร่วมที่สำคัญที่สุดคือ โรงเรียนที่ไม่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลฟิลิปปินส์ ไม่มีสิทธิ์ยื่น SSP ให้คุณได้เลย ไม่ว่าจะพูดจาโน้มน้าวยังไง ถ้าโรงเรียนตอบคำถามเรื่องนี้ไม่ชัด บ่ายเบี่ยง หรือบอกให้คุณไปจัดการเรื่องเอกสารเองทั้งหมด นั่นคือสัญญาณเตือนที่ควรระวังตั้งแต่ก่อนโอนเงิน
CAESA (Clark Angeles English School Association) คือสมาคมของโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ 8 แห่งในคลาร์ก ทุกแห่งได้รับการรับรองจากรัฐบาลฟิลิปปินส์และมีสิทธิ์ยื่น SSP ให้นักเรียนผ่านสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้จริง คุณจึงเลือกโรงเรียนในเครือข่ายนี้ได้ตามสไตล์การเรียนที่ตรงใจ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสถานะทางกฎหมายซ้ำอีกชั้น นอกจากนี้คลาร์กยังตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจเสรีที่บริหารจัดการเป็นระบบ เหมาะกับผู้ใหญ่ที่ตั้งใจมาโฟกัสกับการเรียนจริง ๆ อ่านเพิ่มเติมเรื่องความปลอดภัยของพื้นที่ได้ใน เรียนภาษาฟิลิปปินส์ ปลอดภัยไหม ดูจากคลาร์ก และถ้ากำลังเตรียมแผนเดินทางจริง อ่านขั้นตอนตั้งแต่ลงสนามบินจนถึงคาบเรียนแรกได้ใน กรุงเทพฯ ไปคลาร์ก ถึงสนามบินทำอะไรต่อ
คำถามที่พบบ่อย
ต้องไปสถานทูตฟิลิปปินส์ที่กรุงเทพฯ ก่อนบินไหม
โดยทั่วไปไม่จำเป็น เพราะคนไทยได้สิทธิพำนัก 30 วันแบบไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้าอยู่แล้ว สถานทูตฟิลิปปินส์ประจำกรุงเทพฯ มีไว้สำหรับกรณีพิเศษหรือคำถามเฉพาะทางเท่านั้น หากมีสถานการณ์เฉพาะตัว ควรติดต่อสถานทูตโดยตรงเพื่อความชัวร์
เรียนคอร์สสั้นแค่ 2-3 สัปดาห์ ไม่เกิน 30 วัน ยังต้องมี SSP ไหม
ต้องมี เพราะ SSP เกี่ยวกับ "จุดประสงค์การเข้าประเทศคือมาเรียน" ไม่ใช่เรื่องจำนวนวันพำนักเพียงอย่างเดียว โรงเรียนที่ได้รับใบอนุญาตจริงมักยื่น SSP ให้นักเรียนแทบทุกคนที่ลงทะเบียนเรียนหลักสูตร ไม่ว่าคอร์สจะสั้นหรือยาว
ค่าใช้จ่ายรวมเรื่องวีซ่าและเอกสารทั้งหมดประมาณเท่าไหร่
ขึ้นอยู่กับความยาวของคอร์สเรียน เพราะยิ่งอยู่นาน ยิ่งมีค่าต่อวีซ่าหลายรอบและอาจต้องมี ACR I-Card เพิ่ม ทางที่ดีที่สุดคือให้โรงเรียนที่คุณสนใจช่วยประเมินยอดรวมตามระยะเวลาคอร์สที่คุณเลือกไว้ล่วงหน้า
ถ้าอยากต่อคอร์สให้ยาวขึ้นระหว่างเรียนอยู่ ต้องทำอะไรเพิ่ม
ควรแจ้งโรงเรียนทันทีที่ตัดสินใจต่อคอร์ส เพราะอาจต้องยื่น SSP ใหม่ให้ครอบคลุมระยะเวลาที่เพิ่มขึ้น รวมถึงต่อวีซ่าเพิ่มตามจำนวนวันที่พำนักนานขึ้นด้วย
พร้อมเริ่มต้นวางแผนแบบไม่ต้องกังวลเรื่องเอกสารแล้วใช่ไหม ดูโรงเรียนสมาชิก CAESA ทั้ง 8 แห่ง เพื่อเลือกโรงเรียนที่ยื่น SSP ให้ได้จริงตั้งแต่ต้น หรือ ติดต่อเรา หากยังมีคำถามเรื่องวีซ่าและขั้นตอนก่อนตัดสินใจ
