กลับไปที่บทความทั้งหมด

ของใช้ไปเรียนคลาร์ก ซื้อไทยหรือที่นั่น

ของใช้ไปเรียนคลาร์ก ซื้อไทยหรือที่นั่น
Photo: Judgefloro / Wikimedia Commons (CC0)

คำถามที่ตอบยากที่สุดตอนแพ็กกระเป๋าไม่ใช่ "เอาอะไรไปดี" แต่คือ "อันนี้ที่นั่นมีขายไหม" เพราะถ้ามีขายก็ไม่ต้องแบกให้หนัก แต่ถ้าไม่มีแล้วจำเป็นจริง ๆ การไปหาเอาข้างหน้าคือความเสียเวลาในสัปดาห์แรกที่ควรใช้ไปกับการเรียน คลาร์กและอังเคลิสอยู่ในเขตเมืองที่มีห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตครบ ของใช้ทั่วไปเกือบทั้งหมดหาซื้อได้ บทความนี้จึงแยกให้ชัดเป็นสามกลุ่ม ราคาที่ระบุเป็นช่วงอ้างอิงคร่าว ๆ เท่านั้น ต่างกันไปตามร้าน ยี่ห้อ และช่วงเวลา

เกณฑ์ตัดสินใจง่าย ๆ ก่อนเริ่มแพ็ก

ก่อนจะไล่รายการทีละชิ้น ให้ใช้คำถามสามข้อนี้กับของทุกอย่างที่ลังเล

  1. ถ้าไม่มีในสามวันแรก จะเดือดร้อนไหม ถ้าเดือดร้อน ให้แบกไป
  2. ยี่ห้อหรือสูตรเฉพาะที่ผิวหรือร่างกายรับได้เท่านั้นหรือเปล่า ถ้าใช่ ให้แบกไป
  3. ราคาที่ปลายทางต่างจากไทยมากไหมเมื่อเทียบกับน้ำหนักที่ต้องแบก ถ้าไม่ต่าง ให้ไปซื้อที่นั่น

สินค้าอุปโภคทั่วไปในฟิลิปปินส์ราคาใกล้เคียงกับไทย บางอย่างถูกกว่า บางอย่างแพงกว่าเล็กน้อย แปลว่าการแบกแชมพูขวดใหญ่ข้ามประเทศแทบไม่มีเหตุผลทางเศรษฐศาสตร์เลย

ของที่ต้องเตรียมจากไทย ไม่ควรเสี่ยง

ยาประจำตัวและยาที่คุ้นเคย เป็นอันดับหนึ่งที่ไม่ควรประหยัดพื้นที่กระเป๋า ยี่ห้อและสูตรที่ขายในฟิลิปปินส์ไม่ตรงกับที่ใช้อยู่เสมอไป และยาบางชนิดต้องมีใบสั่งแพทย์ พกไปให้พอทั้งคอร์สและเผื่ออีกสัปดาห์สองสัปดาห์ พร้อมใบรับรองแพทย์ภาษาอังกฤษที่ระบุชื่อสามัญของยาถ้าเป็นยาเฉพาะทาง

เอกสารและสำเนา พาสปอร์ต ใบยืนยันจากโรงเรียน กรมธรรม์ประกัน ตั๋วขากลับ และรูปถ่ายขนาดที่โรงเรียนขอสำหรับงานเอกสาร เก็บทั้งไฟล์ในคลาวด์และพิมพ์กระดาษสำรองไว้ด้วย

เครื่องสำอางและสกินแคร์ที่ผิวรับได้เฉพาะสูตรนั้น รวมถึงครีมกันแดดที่ใช้ประจำ ฟิลิปปินส์มีขายทั่วไปแต่ยี่ห้อที่คุ้นเคยอาจไม่มี และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหลายตัวในตลาดท้องถิ่นเน้นสูตรผิวขาวซึ่งอาจไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการ

เสื้อผ้าที่ใส่สบายในอากาศร้อนชื้น ฟิลิปปินส์อากาศคล้ายไทยมาก เสื้อผ้าที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ใช้ได้เลย เตรียมเสื้อแขนยาวบาง ๆ ไปสักตัวสองตัวสำหรับห้องเรียนที่เปิดแอร์เย็น และเสื้อสุภาพหนึ่งชุดเผื่องานปฐมนิเทศหรือการเข้าสถานที่ราชการ

ของกินรสไทยติดกระเป๋าเล็กน้อย น้ำพริกแห้ง ผงปรุงรส หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่คุ้นลิ้น ช่วยได้จริงในคืนที่คิดถึงบ้าน แต่ให้เผื่อเรื่องข้อกำหนดการนำอาหารเข้าประเทศไว้ด้วย กฎเรื่องการนำอาหารเข้าประเทศเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทาง

ของที่รอไปซื้อที่คลาร์กคุ้มกว่า

รายการช่วงราคาโดยประมาณเหตุผลที่ไม่ควรแบกไป
แชมพู สบู่ ยาสีฟัน~60–250 บาทต่อชิ้นหนัก เสี่ยงหกในกระเป๋า หาซื้อง่ายมาก
ผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่ม~50–150 บาทซื้อแบบซองเล็กใช้ได้ทั้งคอร์ส
ร่มและเสื้อกันฝนราคาประหยัด~100–350 บาทใช้แล้วทิ้งไว้ได้ ไม่ต้องแบกกลับ
รองเท้าแตะ~150–500 บาทมีขายทุกห้าง ราคาใกล้เคียงไทย
เครื่องเขียน สมุด แฟ้ม~30–200 บาทซื้อหลังรู้ว่าคอร์สใช้แบบไหนจริง
ซิมการ์ดและแพ็กเกจเน็ต~150–500 บาทต่อเดือนต้องซื้อที่นั่นอยู่แล้ว
น้ำดื่มและของว่างตามปริมาณที่ใช้ซื้อทีละสัปดาห์สะดวกกว่า

ข้อดีอีกอย่างของการรอไปซื้อที่นั่นคือ การได้ออกไปห้างในสัปดาห์แรกเป็นการฝึกภาษาที่ดีมาก ต้องถามพนักงาน ต้องอ่านป้าย ต้องคิดเงิน ทั้งหมดนี้คือคาบเรียนฟรีที่ไม่ได้อยู่ในตาราง

เรื่องปลั๊กไฟที่คนไทยเข้าใจผิดบ่อย

ข่าวดีคือ แรงดันไฟฟ้าของฟิลิปปินส์อยู่ที่ 220 โวลต์เหมือนไทย จึงไม่ต้องใช้หม้อแปลงไฟและไม่ต้องกังวลว่าอุปกรณ์จะพัง สิ่งที่ต่างคือ รูปทรงของปลั๊ก เพราะเต้ารับที่พบบ่อยในฟิลิปปินส์เป็นแบบขาแบนสองขา ในขณะที่อุปกรณ์จากไทยหลายชิ้นมีสายดินเป็นขากลมหรือขาที่สาม ทำให้เสียบไม่เข้าในบางเต้ารับ

ทางแก้ที่ง่ายที่สุดคือ พกปลั๊กแปลงหัวสากลไปหนึ่งอันและปลั๊กพ่วงแบบมีหลายช่องไปหนึ่งอัน ปลั๊กพ่วงช่วยได้มากเพราะห้องพักรวมมีเต้ารับจำกัดแต่ทุกคนต้องชาร์จมือถือ โน้ตบุ๊ก และพาวเวอร์แบงก์พร้อมกันตอนกลางคืน อีกจุดที่ควรรู้คือ ความถี่ไฟฟ้าของฟิลิปปินส์เป็น 60 เฮิรตซ์ ต่างจากไทยที่ใช้ 50 เฮิรตซ์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่อย่างที่ชาร์จมือถือและโน้ตบุ๊กรองรับทั้งสองแบบอยู่แล้ว แต่ถ้ามีเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีมอเตอร์ ควรดูฉลากที่ตัวเครื่องก่อนว่ารองรับหรือไม่ รายละเอียดของเต้ารับในหอพักต่างกันไปในแต่ละอาคาร ควรสอบถามโรงเรียนก่อนถ้ามีอุปกรณ์ที่ต้องใช้เป็นพิเศษ

ของที่คนแบกไปแล้วเสียใจ

  • เสื้อผ้าเยอะเกินจำเป็น ส่วนใหญ่ใส่ซ้ำอยู่ไม่กี่ชุดเพราะซักได้ทุกสัปดาห์ เตรียมพอสำหรับหนึ่งสัปดาห์แล้วหมุนเวียนก็พอ
  • หนังสือเรียนภาษาอังกฤษจากไทย โรงเรียนมีสื่อการสอนของตัวเองอยู่แล้ว หนังสือหนา ๆ ที่แบกไปมักไม่ได้เปิดเลยทั้งคอร์ส
  • ไดร์เป่าผมและเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหญ่ หนักและเปลืองที่ ควรถามโรงเรียนก่อนว่ามีให้ในหอพักหรือไม่ แล้วค่อยตัดสินใจ
  • ของฝากจำนวนมากตั้งแต่ขาไป เก็บพื้นที่ไว้ใช้ตอนขากลับดีกว่า เพราะเกือบทุกคนซื้อของกลับมากกว่าที่คิดไว้เสมอ

รายการเช็กลิสต์แบบเต็มก่อนวันบิน อ่านต่อได้ใน แพ็กกระเป๋าไปเรียนคลาร์ก เตรียมอะไรไป ส่วนลำดับสิ่งที่ต้องทำตั้งแต่สามเดือนก่อนบิน อยู่ใน เตรียมตัวไปเรียนคลาร์ก ไทม์ไลน์ 3 เดือนก่อนบิน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ต้องซื้อซิมจากไทยไปก่อนไหม

ไม่จำเป็น โดยทั่วไปมักหาซื้อซิมท้องถิ่นได้ที่เคาน์เตอร์ผู้ให้บริการในสนามบินคลาร์กหรือในห้างใกล้โรงเรียน แต่เวลาเปิดให้บริการต่างกันไป ควรเผื่อแผนไว้ถ้าเที่ยวบินถึงดึก และมักคุ้มกว่าการใช้โรมมิ่งระยะยาว รายละเอียดเรื่องเน็ตและไวไฟอยู่ใน ซิม เน็ต และไวไฟที่คลาร์ก

กระเป๋าใบเดียวพอไหมสำหรับคอร์ส 8 สัปดาห์

พอสำหรับคนส่วนใหญ่ ถ้าไม่แบกของใช้สิ้นเปลืองไปเอง กระเป๋าเดินทางใบกลางหนึ่งใบบวกเป้สะพายหลังหนึ่งใบเป็นสัดส่วนที่ใช้ได้ดีทั้งขาไปและขากลับ

ที่นั่นมีสินค้าไทยขายไหม

ในซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่มักมีโซนสินค้านำเข้าจากเอเชียซึ่งอาจมีของไทยอยู่บ้าง แต่ตัวเลือกจำกัดและราคาสูงกว่าที่ไทย ถ้าเป็นของที่ขาดไม่ได้จริง ๆ ให้เตรียมไปเองปลอดภัยกว่า

ควรเผื่อพื้นที่กระเป๋าไว้เท่าไหร่สำหรับขากลับ

คนส่วนใหญ่แนะนำให้เหลือพื้นที่ราวหนึ่งในสี่ของกระเป๋า หรือพกกระเป๋าผ้าพับได้ไปอีกใบ เพราะของฝากและของที่ซื้อระหว่างเรียนมักมากกว่าที่วางแผนไว้เสมอ

แพ็กให้เบา แล้วเก็บแรงไว้ใช้กับสิ่งที่คุณบินไปทำจริง ๆ ดูโรงเรียนสมาชิก CAESA ทั้ง 8 แห่ง หรือ ติดต่อเรา เพื่อสอบถามว่าหอพักของแต่ละแห่งมีอะไรเตรียมไว้ให้บ้าง

พบกับ 8 โรงเรียน →