กลับไปที่บทความทั้งหมด

ควรไปเรียนภาษาที่คลาร์กอีกรอบไหม

ควรไปเรียนภาษาที่คลาร์กอีกรอบไหม
Photo: Ralff Nestor Nacor / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

ผ่านไปสองสามเดือนหลังกลับ ความรู้สึกอย่างหนึ่งจะเริ่มมา คือคิดถึงช่วงที่ตื่นมาแล้วมีแค่เรื่องเดียวให้ทำ พร้อมกับความรู้สึกว่าภาษาที่สร้างมากำลังหายไปทีละนิด แล้วคำถามก็ตามมาว่าควรไปอีกรอบไหม

คำถามนี้ตอบยากเพราะมันผสมสองเรื่องที่ต่างกันเข้าด้วยกัน เรื่องแรกคือความต้องการด้านภาษาที่ยังไม่ถึงเป้า เรื่องที่สองคือความคิดถึงสภาพแวดล้อมที่ชีวิตเรียบง่ายกว่าปัจจุบัน ทั้งสองเรื่องเป็นความรู้สึกที่จริงทั้งคู่ แต่ต้องการคำตอบคนละแบบ

บทความนี้ช่วยแยกสองเรื่องนั้นออกจากกันก่อนที่คุณจะจ่ายเงินอีกก้อน

เริ่มจากตอบห้าคำถามนี้อย่างตรงไปตรงมา

คำถามถ้าตอบว่าใช่ หมายความว่าอะไร
หลังกลับมา คุณได้ใช้ภาษาอังกฤษจริงบ้างไหมถ้าไม่ได้ใช้เลย ปัญหาไม่ใช่ความสามารถ แต่คือโอกาสใช้
คุณรู้ไหมว่าตัวเองติดตรงไหนชัด ๆถ้าตอบไม่ได้ รอบสองจะซ้ำรอยเดิม
รอบแรกคุณใช้เวลานอกคาบอย่างเป็นระบบไหมถ้าไม่ ปัญหาอาจอยู่ที่วิธีใช้เวลา ไม่ใช่ระยะเวลา
มีเป้าหมายที่มีเส้นตายจริงหรือไม่ถ้าไม่มี รอบสองมักจบแบบเดียวกับรอบแรก
งบและเวลาที่จะใช้ กระทบแผนอื่นไหมถ้ากระทบมาก ควรพิจารณาทางเลือกที่ถูกกว่าก่อน

ถ้าคำตอบส่วนใหญ่ชี้ว่าปัญหาอยู่ที่การไม่ได้ใช้หลังกลับ การไปอีกรอบจะให้ผลชั่วคราวแล้ววนกลับมาที่เดิม สิ่งที่ควรทำก่อนคือสร้างโอกาสใช้ในชีวิตปัจจุบัน อ่านต่อได้ที่ รักษาภาษาอังกฤษหลังกลับไทย

กรณีที่การไปรอบสองมีเหตุผลชัด

มีสามสถานการณ์ที่การกลับไปอีกครั้งมักคุ้มจริง

หนึ่ง รอบแรกสั้นเกินไปจนเพิ่งจับทางได้ตอนจะกลับ ผู้เรียนที่ไปแค่สองถึงสี่สัปดาห์จำนวนมากรู้สึกว่าเพิ่งเริ่มเข้าที่ในสัปดาห์สุดท้าย ในกรณีนี้รอบสองที่ยาวขึ้นมักให้ผลชัดเจน เพราะคุณจะไม่เสียเวลากับการปรับตัวอีกแล้ว

สอง มีเป้าหมายใหม่ที่เจาะจงกว่าเดิม เช่นมีวันสอบที่จองไว้แล้ว มีตำแหน่งงานที่ต้องสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษ หรือมีการย้ายงานที่ต้องใช้ภาษาเป็นหลัก เป้าหมายที่มีเส้นตายทำให้รอบสองมีทิศทางที่รอบแรกไม่มี

สาม รอบแรกใช้ผิดวิธีและคุณรู้แล้วว่าผิดตรงไหน เช่นเลือกคอร์สไม่ตรง ไม่ได้ขอปรับกับครู หรือใช้เวลานอกคาบไปกับเรื่องที่ไม่ให้ผล ในกรณีนี้รอบสองคือการทำสิ่งเดิมด้วยวิธีที่ถูก ซึ่งต่างจากการทำซ้ำ

กรณีที่ควรชะลอไว้ก่อน

ในทางกลับกัน มีสามสถานการณ์ที่ควรคิดให้รอบคอบกว่านี้

หนึ่ง อยากหนีจากสถานการณ์ปัจจุบันมากกว่าอยากเรียน ความรู้สึกนี้เข้าใจได้ แต่คอร์สภาษาเป็นเครื่องมือที่แพงสำหรับการพักใจ และเมื่อกลับมาแล้วสถานการณ์เดิมยังอยู่ครบ

สอง ยังไม่ได้ลองใช้สิ่งที่ได้จากรอบแรกเลย ถ้ากลับมาแล้วยังไม่เคยพูดภาษาอังกฤษกับใครจริงจัง แปลว่าคุณยังไม่รู้ว่าระดับปัจจุบันของตัวเองพอสำหรับอะไรบ้าง การไปเพิ่มโดยไม่รู้เป้าหมายคือการเดา

สาม คาดหวังว่ารอบสองจะให้ความรู้สึกเหมือนรอบแรก สิ่งที่ทำให้รอบแรกน่าจดจำส่วนหนึ่งคือความใหม่ ซึ่งจะไม่กลับมาอีก รอบสองจะให้ผลด้านทักษะได้ แต่ให้ความรู้สึกแบบเดิมไม่ได้

ถ้าตัดสินใจไปอีกรอบ ให้เปลี่ยนห้าอย่างนี้

รอบสองที่ทำเหมือนรอบแรกทุกอย่างจะได้ผลใกล้เคียงกับรอบแรก ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการ

หนึ่ง เปลี่ยนสัดส่วนคาบ ถ้ารอบแรกเน้นสนทนาทั่วไป รอบสองควรเจาะทักษะที่ยังอ่อนโดยเฉพาะ ซึ่งคุณรู้แล้วว่าคืออะไร สอง ตั้งเป้าที่มีเส้นตาย เช่นจองวันสอบไว้ก่อนบิน สาม ขอปรับกับครูตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่รอสัปดาห์ที่สอง เพราะคุณรู้ระบบแล้ว อ่านวิธีขอได้ที่ สัปดาห์แรก คุยอะไรกับครูให้ชัดตั้งแต่ต้น สี่ วางแผนเวลานอกคาบเป็นระบบ ตั้งแต่ก่อนบิน อ่านต่อได้ที่ ออกแบบตารางเรียนหนึ่งวันด้วยตัวเอง ห้า วางแผนสิ่งที่จะทำหลังกลับไว้ล่วงหน้า เพราะถ้าไม่วาง คุณจะกลับมาถามคำถามเดิมนี้อีกในอีกหกเดือน

ทางเลือกอื่นที่ควรพิจารณาก่อน

การไปเต็มรูปแบบอีกครั้งไม่ใช่ทางเลือกเดียว

คอร์สสั้นแบบเจาะเป้าหมาย เช่นสองถึงสามสัปดาห์ที่เน้นทักษะเดียว มักใช้งบน้อยกว่าและตรงกว่าสำหรับคนที่มีพื้นฐานแล้ว การใช้วันลาพักร้อนแทนการลาออก ทำให้ไม่ต้องเสี่ยงกับเรื่องงาน การเรียนต่อเนื่องจากไทยก่อน แล้วค่อยไปเมื่อถึงจุดที่ต้องการสภาพแวดล้อมจริง ก็เป็นลำดับที่หลายคนใช้ได้ผล

รูปแบบคอร์สระยะสั้น ความยืดหยุ่นของวันเริ่มเรียน และเงื่อนไขต่าง ๆ ต่างกันไปในแต่ละโรงเรียน ควรสอบถามและยืนยันก่อนตัดสินใจ และควรคำนวณค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นใหม่ทุกครั้งด้วย โดยเฉพาะ ค่าธรรมเนียม SSP ที่ ₱7,800 ซึ่งเกิดขึ้นทุกครั้งที่ยื่นขอ ไม่ใช่จ่ายครั้งเดียวจบตลอดไป อ่านรายการค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้ที่ งบบานปลายตอนเรียนภาษาที่คลาร์ก รั่วตรงไหน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ควรกลับไปโรงเรียนเดิมหรือเปลี่ยนที่

ถ้ารอบแรกได้ผลดีและปัญหาคือเวลาไม่พอ การกลับที่เดิมประหยัดเวลาปรับตัว ถ้าปัญหาคือรูปแบบคอร์สไม่ตรง การเปลี่ยนอาจตรงกว่า ควรเทียบจากสิ่งที่ต้องการรอบนี้ ไม่ใช่จากความคุ้นเคย

ควรเว้นช่วงห่างเท่าไรระหว่างสองรอบ

ไม่มีตัวเลขตายตัว แต่ควรเว้นนานพอที่จะได้ลองใช้สิ่งที่ได้จากรอบแรกในชีวิตจริง เพราะนั่นคือข้อมูลที่ทำให้รอบสองมีทิศทาง

ไปรอบสองแล้วจะพัฒนาเร็วกว่าเดิมไหม

ไม่มีการรับประกัน และผลต่างกันมากตามพื้นฐานและวิธีใช้เวลา สิ่งที่มักต่างคือคุณไม่เสียเวลาปรับตัวและรู้วิธีขอสิ่งที่ต้องการแล้ว ซึ่งทำให้สัปดาห์แรกมีค่ามากกว่ารอบก่อน

ถ้ายังไม่แน่ใจ ควรทำอะไรก่อน

ลองตั้งเป้าหมายที่มีเส้นตายในสามเดือนข้างหน้าแล้วดูว่าติดตรงไหนจริง ๆ ข้อมูลที่ได้จะทำให้คำถามนี้ตอบง่ายขึ้นมาก อ่านวิธีตั้งเป้าได้ที่ ตั้งเป้าหมายเรียนภาษา เป็นแผนรายสัปดาห์

ก่อนจองรอบสอง ให้ตอบให้ได้ก่อนว่ารอบนี้ต่างจากรอบที่แล้วตรงไหน ดูโรงเรียนสมาชิก CAESA ทั้ง 8 แห่ง หรือ ติดต่อเรา เพื่อสอบถามคอร์สที่เหมาะกับผู้ที่เคยไปมาแล้ว

พบกับ 8 โรงเรียน →