เลือกวันกลับไทย หลังเรียนภาษาจบที่คลาร์ก

คนส่วนใหญ่จองตั๋วขากลับพร้อมตั๋วขาไปตั้งแต่แรก โดยเลือกวันที่ถัดจากวันจบคอร์สทันทีเพราะดูสมเหตุสมผลและประหยัดที่สุด แล้วมาพบภายหลังว่าวันนั้นเป็นวันที่แย่ที่สุดที่จะเลือก
เหตุผลคือวันสุดท้ายของคอร์สไม่ใช่วันที่ว่าง มันเป็นวันที่มีทั้งการสอบครั้งสุดท้าย การรับเอกสาร การเก็บของ การคืนของโรงเรียน และการบอกลา ถ้าต้องบินในเช้าวันถัดมา ทุกอย่างจะบีบเข้าหากันจนไม่มีที่ว่างสำหรับความผิดพลาด
บทความนี้รวมสิ่งที่ควรคิดก่อนตัดสินใจวันกลับ หมายเหตุ เงื่อนไขด้านตั๋วเครื่องบิน เอกสาร และการพำนักเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับสายการบิน โรงเรียน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงทุกครั้ง
ปัจจัยที่ 1 เอกสารที่ต้องรับก่อนกลับ
เรื่องนี้ต้องมาก่อนเรื่องราคาตั๋ว เพราะบางอย่างขอย้อนหลังจากประเทศไทยได้ยากมาก
เอกสารที่ควรตรวจสอบว่าได้ครบก่อนออกจากโรงเรียนมีสี่กลุ่ม คือ ใบรับรองการเรียนจบคอร์ส ซึ่งมักระบุจำนวนชั่วโมงและช่วงเวลาที่เรียน ผลการประเมินหรือรายงานความก้าวหน้า ที่โรงเรียนออกให้ เอกสารที่เกี่ยวกับการพำนักที่คุณยื่นไว้ และ ใบเสร็จค่าใช้จ่ายทั้งหมด ซึ่งอาจต้องใช้ในภายหลัง
ระยะเวลาที่โรงเรียนใช้ในการออกเอกสารต่างกันไปในแต่ละแห่ง ควรถามตั้งแต่สัปดาห์แรกว่าต้องแจ้งล่วงหน้ากี่วัน ผู้เรียนจำนวนไม่น้อยพลาดเพราะไปขอในวันสุดท้ายแล้วเอกสารไม่ทัน วิธีใช้เอกสารเหล่านี้ต่อในการสมัครงานอ่านได้ที่ เขียนประวัติย่อจากประสบการณ์เรียนภาษา
ปัจจัยที่ 2 เผื่อวันไว้สองถึงสามวัน
หลักที่ใช้ได้กับเกือบทุกคนคืออย่าบินในวันถัดจากวันจบคอร์สทันที
เผื่อไว้สองถึงสามวันจะได้ประโยชน์สี่อย่างพร้อมกัน หนึ่ง มีเวลาแก้ปัญหาเอกสารถ้ามีอะไรขาด สอง เก็บของได้โดยไม่ต้องเร่ง ซึ่งลดโอกาสลืมของและลดปัญหาน้ำหนักเกิน สาม มีเวลาซื้อของฝากรวดเดียว แทนการซื้อกระจายตลอดคอร์สซึ่งทำให้งบบานปลาย สี่ ได้พักก่อนกลับไปเจอชีวิตเดิม ซึ่งมีค่ามากกว่าที่คิด
ถ้ากังวลเรื่องค่าที่พักในช่วงที่เผื่อไว้ ให้ถามโรงเรียนตั้งแต่ต้นว่าอยู่ต่อได้กี่วันหลังจบคอร์สและมีค่าใช้จ่ายอย่างไร เงื่อนไขต่างกันไปในแต่ละโรงเรียน ควรถามและยืนยันล่วงหน้า
ปัจจัยที่ 3 วันสอบและวันเริ่มงาน
ถ้าคุณมีกำหนดสอบวัดระดับหลังกลับ วันกลับควรถูกคำนวณย้อนจากวันสอบ ไม่ใช่จากวันจบคอร์ส
ช่วงที่เหมาะที่สุดคือกลับก่อนวันสอบประมาณสามถึงหกสัปดาห์ ซึ่งให้เวลาปรับตัวและซ้อมโดยที่สภาพภาษายังใกล้เคียงกับตอนอยู่ที่นั่น ถ้าห่างเกินกว่านั้น ความลื่นไหลในการพูดจะลดลงก่อนอย่างอื่น รายละเอียดการวางแผนสอบอ่านต่อได้ที่ สอบวัดระดับภาษาอังกฤษ หลังจบคอร์สที่คลาร์ก
ในทำนองเดียวกัน ถ้ามีวันเริ่มงานใหม่รออยู่ อย่าบินกลับในวันก่อนเริ่มงานหนึ่งวัน ให้เผื่ออย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ เพราะความล้าจากการเดินทางและการปรับตัวกลับจะกระทบสัปดาห์แรกของงานใหม่ซึ่งเป็นสัปดาห์ที่สำคัญที่สุด
ปัจจัยที่ 4 ถ้ากำลังคิดจะอยู่ต่อ
ผู้เรียนจำนวนมากเปลี่ยนใจกลางคอร์ส ทั้งอยากอยู่ต่อและอยากกลับก่อน
ถ้ามีความเป็นไปได้ว่าจะอยู่ต่อ ควรตรวจสองเรื่องตั้งแต่ตอนจองตั๋ว คือ นโยบายการเปลี่ยนวันของบัตรโดยสารที่คุณซื้อ ว่าเปลี่ยนได้หรือไม่ ค่าธรรมเนียมเท่าไร และต้องแจ้งล่วงหน้ากี่วัน กับ เงื่อนไขการขยายระยะเวลาพำนักและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง
เรื่องหลังเป็นสิ่งที่ต้องวางแผนล่วงหน้าเพราะมีขั้นตอนและระยะเวลาดำเนินการ ค่าต่ออายุวีซ่าอยู่ในช่วงประมาณ ₱3,000 ถึง ₱6,000 ต่อครั้งขึ้นกับประเภทและระยะเวลา และหากต้องยื่นขอ SSP ใหม่ก็มีค่าธรรมเนียม ₱7,800 ทุกครั้งที่ยื่น ไม่ใช่จ่ายครั้งเดียวจบ ส่วน ACR I-Card อยู่ที่ ₱4,500 สำหรับผู้ที่เข้าเกณฑ์ตามระยะเวลาพำนัก ตัวเลขทั้งหมดนี้ปรับเปลี่ยนได้และมีเงื่อนไขเฉพาะกรณี ต้องสอบถามโรงเรียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องล่วงหน้าอย่างน้อยสองถึงสามสัปดาห์
ปัจจัยที่ 5 เวลาบินและสภาพวันถัดไป
เที่ยวบินที่ถูกที่สุดมักเป็นเที่ยวบินที่ออกดึกหรือถึงเช้ามืด ซึ่งมีต้นทุนแฝงที่ไม่ได้อยู่ในราคาตั๋ว
ถ้าคุณต้องกลับไปทำงานหรือเข้าเรียนทันทีในวันถัดไป เที่ยวบินที่ถึงตีสามจะทำให้ทั้งวันนั้นเสียไป ส่วนต่างของราคาตั๋วมักน้อยกว่ามูลค่าของวันทำงานหนึ่งวัน
อีกเรื่องคือการเดินทางจากสนามบินปลายทางกลับบ้านในช่วงเวลาที่ระบบขนส่งยังไม่เปิด ควรคิดเผื่อไว้ตั้งแต่ตอนเลือกเที่ยวบิน ไม่ใช่ตอนถึงแล้ว
เช็กลิสต์สัปดาห์สุดท้าย
| เมื่อไร | สิ่งที่ต้องทำ |
|---|---|
| 3 สัปดาห์ก่อนกลับ | ยืนยันวันบิน แจ้งโรงเรียน ถามขั้นตอนขอเอกสาร |
| 2 สัปดาห์ก่อนกลับ | ตรวจเอกสารการพำนักให้ครบ เริ่มรวบรวมใบเสร็จ |
| 1 สัปดาห์ก่อนกลับ | อัดเสียงและเก็บงานเขียนไว้เป็นหลักฐานสภาพภาษา |
| 3 วันก่อนกลับ | รับเอกสารจากโรงเรียน ชั่งกระเป๋า ซื้อของฝากรวดเดียว |
| 1 วันก่อนกลับ | ตรวจเอกสารเดินทาง เช็กอิน จัดของที่ต้องพกขึ้นเครื่อง |
| วันเดินทาง | เผื่อเวลาไปสนามบินมากกว่าปกติ |
แถวที่สามสำคัญกว่าที่หลายคนคิด เพราะหลักฐานสภาพภาษาในสัปดาห์สุดท้ายคือสิ่งที่คุณจะใช้เทียบเมื่อกลับไทยแล้ว วิธีเก็บและใช้อ่านต่อได้ที่ วัดพัฒนาการภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง
หลังกลับถึงไทย สองสัปดาห์แรกคือช่วงชี้ขาด
สิ่งที่เกิดขึ้นกับเกือบทุกคนคือความรู้สึกว่าภาษาหายไปภายในไม่กี่สัปดาห์ ทั้งที่ความรู้ยังอยู่ครบ สิ่งที่หายคือความเคยชินในการดึงออกมาใช้
ทางป้องกันคือกำหนดกิจกรรมประจำไว้ตั้งแต่ยังไม่กลับ ไม่ใช่รอไปคิดตอนถึงบ้าน สิ่งที่ได้ผลคือกิจกรรมที่สั้นแต่ทุกวันในเวลาเดิม และควรมีอย่างน้อยหนึ่งกิจกรรมที่ต้องพูดกับคนจริง เพราะการพูดเป็นทักษะที่หายเร็วที่สุด อ่านต่อได้ที่ รักษาภาษาอังกฤษหลังกลับไทย
และถ้าเริ่มคิดว่าอยากกลับไปอีกครั้ง ให้อ่าน ควรไปเรียนภาษาที่คลาร์กอีกรอบไหม ก่อนตัดสินใจ
วันกลับที่เลือกดี ทำให้สิ่งที่สร้างมาทั้งคอร์สไม่หายไปในสัปดาห์แรกหลังกลับ ดูโรงเรียนสมาชิก CAESA ทั้ง 8 แห่ง หรือ ติดต่อเรา เพื่อสอบถามขั้นตอนการออกเอกสารของแต่ละโรงเรียน
